“มทร.ธัญบุรี”เสริมแกร่งวิชาการ ศึกษาพลังงานทดแทน ร่วมมหาวิทยาลัยเกียวโต

พิมพ์ PDF
Addthis

ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เปิดเผยถึงความร่วมมือด้านการประชุมวิชาการพลังงานทดแทน วัสดุศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ (Eco-Energy and Materials Science and Engineering - EMSES)  ระหว่าง  มทร.ธัญบุรี กับมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น  ว่า  การประชุมวิชาการพลังงานทดแทนฯ ครั้งแรก จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2001 ที่ มทร.ธัญบุรี จากนั้นก็สลับปีการเป็นเจ้าภาพกับ ม.เกียวโตมาจนถึงปัจจุบัน  ซึ่ง “มหาวิทยาลัยเกียวโต เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านพลังงาน มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานวัสดุ - วิศวกรรมศาสตร์ ส่วนเมืองเกียวโตก็เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องสิ่งแวดล้อมและพลังงาน  ทั้งนี้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาระดับโลก ย่อมเป็นโอกาสอันดีสำหรับสถาบันการศึกษาไทย ที่จะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทันสมัย ที่เป็นประโยชน์นำไปต่อยอดกับสถานการณ์ปัจจุบัน

สำหรับการประชุมวิชาการด้านวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ได้ให้ความสนใจพิเศษใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ นำเสนอด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประเด็นต่อมา คือ การพัฒนานาโนเซรามิค ซึ่งนำมาทำความสะอาดสารเคมีในไฟฟ้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่มหาวิทยาลัยเกียวโตกำลังพัฒนาอยู่  ส่วนประเด็นสุดท้าย ซึ่งกำลังอยู่ในความสนใจของคนทั้งโลก คือกรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟูคุชิมา เกี่ยวกับข้อมูลด้านความปลอดภัย และการหาพลังงานมาทดแทน รวมถึงการให้ความรู้แก่คนไทยเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ด้วย

ด้าน ดร.คิโยชิ โยชิคาวะ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยเกียวโต เปิดเผยว่า การพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของญี่ปุ่นต้องหาเทคโนโลยีที่พัฒนาเผื่อในอนาคตกว่าเดิม ที่ผ่านมาญี่ปุ่นมองว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คือพลังงานที่ปลอดภัย เมื่อเกิดสถานการณ์ที่ฟูคุชิมา จึงต้องคิดเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมากกว่าเดิม ซึ่งที่กำลังศึกษาอยู่ คือนิวเคลียร์ฟิวชั่น ที่ไม่ต้องใช้สารกัมมันตรังสี  แต่เป็นปฏิกิริยานี้ให้พลังงานมากจนยากเกินควบคุม จึงยังต้องศึกษาวิจัยต่อไปอาจต้องใช้เวลาหลายปี ส่วนประเด็นประเทศไทยกับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์  ตนเห็นว่าไทยมีทรัพยากรธรรมชาติด้านพลังงานมากกว่าญี่ปุ่น ดังนั้นในปัจจุบันการใช้พลังงานนิวเคลียร์อาจยังไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่อนาคตต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนไทยเอง

ผศ.ดร.สมหมาย กล่าวทิ้งท้ายว่า  ข้อด้อยที่ต้องยอมรับ คือ นักศึกษาไทยในปัจจุบันยังขาดทักษะในวิชาคณิตศาสตร์ และฟิสิกส์  ซึ่งเทคโนโลยีนิวเคลียร์เป็นศาสตร์ขั้นสูงที่จำเป็นต้องใช้ทักษะทั้ง 2 ด้าน  จึงเป็นโจทย์สำคัญที่วงการการศึกษาไทยต้องเตรียมพร้อม พัฒนาบุคลากรที่มีทักษะดังกล่าวให้มากพอ มิเช่นนั้นหากประเทศไทยมีโครงการใดๆ ที่เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต อาจต้องจ้างชาวต่างชาติเข้ามาดูแล

ข้อมูลจาก : สถานีวิทยุมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 89.5 Mhz.
[สถานีวิทยุเครือข่ายเพื่อการศึกษาและอาชีพ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ Rmutr Radio 107.75 Mhz.]

Addthis

สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday102
mod_vvisit_counterYesterday407
mod_vvisit_counterThis week102
mod_vvisit_counterLast week2601
mod_vvisit_counterThis month19101
mod_vvisit_counterLast month14655
mod_vvisit_counterAll days404180

We have: 5 guests, 1 bots online
Your IP: 23.22.252.150
 , 
Today: พ.ค. 25, 2013

Login Form